Category Archives: ระบบโซล่าเซลล์

โซล่ารูฟท๊อป(Solar Rooftop)

ระบบโซล่าเซลล์รูฟท็อป(Solar Rooftop)

โซล่าเซลล์ที่ติดตั้งบนหลังเรียกว่าโซล่ารูฟท็อป

แบ่งตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งได้ 3 ประเภทคือ

  1. ติดตั้งเพื่อขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้า กฟน หรือ กฟภ
  2. ติดตั้งเพื่อใช้ลดภาระค่าไฟฟ้า
  3. ติดตั้งเพื่อสำรองไฟฟ้าที่ผลิตได้ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

ซึ่งข้อแรกและข้อสองเหมือนการลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่ดีและจุดคุ้มทุนที่เร็ว

ส่วนข้อสาม น้ำหนักของภาวะฉุนเฉินจะมากกว่าความคุ้มค่าในการลงทุน

พูดง่ายๆ ข้อแรกคุ้มทุนเร็วกว่าข้อสอง ส่วนข้อสามเรื่องความคุ้มทุนดูเหมือนจะเป็นประเด็นรองลงไป

OnGrid_w

 

Advertisements

ไขข้อสงสัย 8 ข้อเกี่ยวกับ solar rooftop

  • ไขข้อสงสัย 8 ข้อเกี่ยวกับ solar rooftopsolar_rooftop1
    1. การติดตั้งโซล่ารูฟมีแบบไหนบ้าง
      • ขายไฟคืนให้รัฐ(นโยบาย Adder, Feed-in-Tariff)
      • ติดเพื่อผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองในบ้าน(นโยบายโซล่ารูฟเสรี Net-Billing)
      • เก็บไว้ในแบตเตอรี่ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน(Solar Hybrid System)
    2. ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งเท่าไร
      • แล้วแต่ขนาดรวมและชนิดของแผงโซล่าเซลล์ 1 kWp ใช้พื้นที่ประมาณ 7-8 ตรม และน้ำหนักต่อพื้นที่ 1 ตรม ประมาณ 10-12 กิโลกรัม
    3. หลังคาควรจะหันทิศไหน
      • ควรจะหันให้ระนาบที่จะติดตั้งแผงโซล่าอยู่ทางทิศใต้ ความชันประมาณ 13-15 องศา ขึ้นอยู่กับตำแหน่งละติจูดที่ติดตั้ง ตลอดทั้งปีแสงจะตกกระทบตัวแผงและให้กำลังไฟฟ้าที่ผลิตเฉลี่ยออกมาสูง
    4. ใช้เงินลงทุนเท่าไร
      • แล้วแต่ชนิดและคุณภาพของแผงโซล่าเซลล์และกริดไทน์อินเวอร์เตอร์ที่ติดตั้ง ราคาตั้งแต่ 40000-70000 บาทต่อขนาดระบบโซล่า 1 กิโลวัตต์(kWp)
    5. ใช้ระยะเวลาในการคืนทุนกี่ปี
      • ขึ้นอยู่กับ ราคาค่าไฟฟ้าขายต่อหน่วย(ยิ่งสูงยิ่งคืนทุนเร็ว), ราคาระบบโซล่าเซลล์(ยิ่งถูกยิ่งคืนทุนเร็ว), พื้นที่ติดตั้ง(ถ้ารังษีอาทิตย์ต่อวันมีค่าสูง ยิ่งคืนทุนเร็ว), ทิศทางและระนาบที่ติดตั้งแผงบนหลังคา(ติดตั้งถูกกับทิศที่ผลิตไฟฟ้าได้มากยิ่งคืนทุนเร็ว), ฝนฟ้าอากาศในแต่ละปี(คาดเดาลำบาก), การสูญเสียในระบบ(ถ้าการเลือกอุปกรณ์และการติดตั้งดี การสูญเสียในระบบน้อย คืนทุนเร็ว), ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา(บำรุงรักษาดี ค่าใช้จ่ายน้อย คืนทุนเร็ว), ฯลฯ
      • การคำนวณคร่าวๆ => ระยะเวลาคืนทุน(ขายไฟ) = (ค่าระบบโซล่าเซลล์และอุปกรณ์+ค่าบำรุงรักษา+ค่าธรรมเนียม)/[(จำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ตามขนาดการติดตั้งที่ได้จากปัจจัยสัมพันธ์ต่างๆต่อปี เช่นพื้นที่ติดตั้ง ทิศทางและระนาบที่ติดตั้ง การสูญเสียในระบบ ฝนฟ้าอากาศ)*(ราคาขายไฟฟ้าต่อหน่วย ณ ขณะนั้น)]
    6. บ้านทุกหลังติดได้ไหม
      • ขึ้นอยู่กับ ลักษณะ พื้นที่ และการรองรับน้ำหนักที่เพียงพอของหลังคา
    7. ถ้าไม่ขายไฟให้การไฟฟ้า(ผลิตใช้เอง ออนกริด) จะติดได้ไหม ระยะเวลาคืนทุนกี่ปี
      • ได้แต่ มิเตอร์ต้องไม่หมุนกลับทาง และต้องติดต่อสอบถามจากหน่วยงาน กฟน หรือ กฟภ ในพื้นที่ของท่าน
      • การคำนวณคร่าวๆ => ระยะเวลาคืนทุน(ผลิตใช้เอง) = (ค่าระบบโซล่าเซลล์และอุปกรณ์+ค่าบำรุงรักษา+ค่าธรรมเนียม)/[(จำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ตามขนาดการติดตั้งที่ได้จากปัจจัยสัมพันธ์ต่างๆต่อปีเช่นพื้นที่ติดตั้ง ทิศทางและระนาบที่ติดตั้ง การสูญเสียในระบบ ฝนฟ้าอากาศ)*(ราคาค่าไฟฟ้าซื้อต่อหน่วย ณ ขณะนั้น)]
      • ล่าสุดคำนวณปี 2017 ระยะเวลาการผลิตเองใช้เองตามนโยบายโซล่ารูฟเสรี Net-Billing ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 7-10 ปี
    8. ราคาค่าไฟฟ้าซื้อดูที่ไหน
      • ดูที่บิลค่าไฟฟ้าของท่าน => ราคาค่าไฟฟ้าต่อหน่วย (คำนวณคร่าวๆ) = (ค่าไฟฟ้า+ค่าธรรมเนียม)/(จำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้งาน) หมายเหตุ ถ้าต้องการให้เป็นค่าเฉลี่ยให้เอาข้อมูลของทั้งปีมาคำนวณ(ดูรายละเอียดอัตราค่าไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ที่ กฟน กฟภ)

การสูญเสียในระบบโซล่าเซลล์

การสูญเสียในระบบโซล่าเซลล์มีผลทำให้พลังงานไฟฟ้าที่ได้ออกมาน้อยกว่าค่ารังสีอาทิตย์ที่ตกกระทบแผง เช่น

  • อุณภูมิที่เพิ่มขึ้นที่แผงมีผลทำให้พลังงานที่ได้ลดลง
  • ฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อยู่บนแผงทำให้พลังงานลดลง
  • ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์มีผลต่อพลังงานที่ผลิตได้
  • ฯลฯ

ในรูปข้างล่างเป็นตัวอย่างการแสดงค่าการสูญเสียแบบต่างๆในโซล่าเซลล์ระบบออนกริต

PV sankey diagram1

ถ้าลด ป้องกันหรือออกแบบให้ระบบโซล่าเซลล์เกิดการสูญเสียน้อย จะทำให้พลังงานที่ผลิตได้จะมีค่าที่สูงขึ้นตามไปด้วย

ระบบโซล่าเซลล์ออนกริด (On-grid System)

ระบบโซล่าเซลล์ออนกริด (On-grid System)

คือระบบผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ที่ทำงานสัมพันธ์กับผู้ให้กำเนิดพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ ซึ่งในประเทศไทยคือการไฟฟ้านครหลวง, ภูมิภาคและฝ่ายผลิตนั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วระบบจะมีเพียงแค่แผงโซล่าเซลล์ต่อเข้ากับกริดไทน์อินเวอร์เตอร์เพื่อแปลงจากไฟกระแสตรงเป็นไฟกระแสสลับแล้วต่อพ่วงกับไฟที่จ่ายมาจากการไฟฟ้า เพื่อจ่ายให้กับโหลดกระแสสลับอีกทีหนึ่ง

ออนกริดโซล่ารูฟ

ซึ่งระบบออนกริดโซล่าเซลล์จะสามารถแบ่งตามลักษณะการติดตั้งได้ 2 ประเภทได้แก่

  1. โซล่าฟาร์ม – โซล่าเซลล์ติดตั้งบนพื้นดิน ลักษณะเหมือนทุ่งที่เรียงรายไปด้วยแผงโซล่าเซลล์ ส่วนใหญ่จะเน้นผลิตไฟเพื่อขายให้กับการไฟฟ้าเป็นหลัก
  2. โซล่ารูฟ – โซล่าเซลล์ติดตั้งบนหลังคาทั้ง โรงงาน อาคารหรือบ้านพักอาศัย ซึ่งสามารถแบ่งวัตถุประสงค์ในการติดตั้งระบบโซล่ารูฟได้แยกย่อยไปอีก 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
    • ติดตั้งเพื่อขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คือติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาแล้วผลิตไฟขายให้กับการไฟฟ้าอย่างเดียว
    • ติดตั้งเพื่อแบ่งเบาภาระค่าไฟฟ้า คือติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองซึ่งสามารถลดค่าไฟฟ้าโดยรวมได้ แต่ทั้งนี้จำเป็นจะต้องติดตั้งให้เหมาะสมกับปริมาณไฟฟ้าใช้งาน ถึงจะเกิดความคุ้มค่าในการลงทุนมากที่สุด
    • ติดตั้งเพื่อสำรองไฟฟ้าที่ผลิตได้ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เป็นระบบที่มีแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าสามารถใช้ในยามที่ไฟจากการไฟฟ้าดับได้

 

ระบบโซล่าเซลล์ออฟกริด (Off-grid System)

ระบบโซล่าเซลล์ออฟกริด (Off-grid System)

คือระบบที่ผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ที่ไม่ปฏิสัมพันธ์กับผู้ให้กำเนิดพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่(ในประเทศไทยคือการไฟฟ้าฝ่ายผลิต,นครหลวง หรือภูมิภาค) ระบบออฟกริดนี้จะแยกเดี่ยวออกมาโดยผู้ติดตั้งโซล่าเซลล์จะสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาการไฟฟ้า ซึ่งสามารถแยกหมวดย่อยลงไปได้อีกตามลักษณะแรงดันไฟฟ้าที่จะใช้งานว่าเป็น ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ ไฟฟ้ากระแสสลับ โดยต้องเลือกโหลด(เครื่องใช้ไฟฟ้า)ให้เหมาะสมกับแรงดันที่ใช้

ระบบออฟกริดนี้อาจมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษอีกแบบหนี่งว่าระบบแสตนด์อโลน(Stand Alone System)หรือระบบแยกเดี่ยว ซึ่งมีวิธีการต่อระบบที่หลากหลาย ทั้งต่อโหลดกระแสตรงกับแผงโซล่าเซล่าเซลล์(ซึ่งผลิตไฟฟ้ากระแสตรง)โดยตรง หรือนำไฟฟ้ากระแสตรงที่ผลิตได้จากแผง ไปแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ(โดยอินเวอร์เตอร์)สำหรับไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้านเรือนซึ่งใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับอยู่แล้วได้ ระบบสแตนด์อโลนในแบบต่างๆมีดังนี้

ใช้กับโหลดกระแสตรง
ก.)แผงโซล่าเซลล์ต่อตรงกับโหลด ส่วนใหญ่จะใช้กับโหลดกระแสตรงอาทิ ปั๊มน้ำกระแสตรงแบบปรับความเร็วรอบได้ พบเห็นได้ทั่วไปกับระบบสูบน้ำ
SA1_w
ข.)แผงโซล่าเซลล์ต่อพ่วงกับแบตเตอรี่และโหลดกระแสตรง ข้อดีของการต่อระบบแบบนี้คือเมื่อไม่มีแสงอาทิตย์ เราก็ยังสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จ่ายให้กับโหลดได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่มากเกินไปเพราะอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็ว นอกจากนี้เวลาที่นำพลังงานไฟฟ้าที่เก็บสะสมในแบตเตอรี่ออกมาใช้ต้องระวังอย่างให้แบตเตอรี่คลายประจุมากเกินกว่าที่สเปคของแบตเตอรี่ที่ระบุไว้เพราะอาจจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วเช่นกัน ส่วนใหญ่การต่อระบบแบบนี้จะใช้งานกับเรือขนาดเล็ก กระท่อมขนาดเล็ก และใช้กับระบบส่องสว่างเท่านั้น
SA2_w
ค.) แผงโซล่าเซลล์ที่มีเครื่องควบคุมการชาร์จประจุให้กับแบตเตอรี่ซึ่งจ่ายไฟให้กับโหลดกระแสตรง ข้อดีของการมีเครื่องควบคุมการชาร์จประจุคือสามารถควบคุมการไหลของประจุไฟเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ได้และจะหยุดการชาร์จเมื่อไฟที่เก็บในแบตเตอรี่มีแรงดันเกินกว่าที่ตั้งค่ากำหนดไว้ จึงทำให้แบตเตอรี่มีอายุที่ยาวนานมากขึ้น การต่อแบบระบบนี้เป็นที่นิยมกันทั่วไป ใช้กับบ้านพักอาศัยที่ห่างไกลผู้ผลิตไฟฟ้า ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เอง รวมทั้งอาจจะไปประยุกต์ใช้กับในพื้นที่ที่ไม่ต้องการลากสายไฟฟ้าไปเพราะมีต้นทุนเรื่องสายไฟฟ้าที่มีราคาสูงได้อีกด้วย
SA3_w

ใช้กับโหลดกระแสตรงและกระแสสลับ

ง.)แผงโซล่าเซลล์ต่อกับเครื่องควบคุมการชาร์จแบตเตอรี่โดยที่มีตัวอินเวอร์เตอร์แปลงจากไฟกระแสตรงเป็นไฟกระแสสลับเพื่อจ่ายให้กับโหลดที่ใช้กับกระแสสลับได้ โดยไฟกระแสตรงที่ออกจากแบตเตอรี่ก็ยังสามารถจ่ายให้กับโหลดกระแสตรงได้อีกด้วย ระบบแบบนี้มีข้อดีคือมีความยืดหยุ่นในการหาเครื่องใช้ไฟฟ้ามาใช้งานเพราะโดยทั่วไปแล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ ยกตัวอย่างอาจจะใช้พัดลมกับไฟกระแสสลับที่แปลงจากอินเวอร์เตอร์ และใข้ระบบไฟส่องสว่างกับไฟกระแสตรงก็ได้
SA5_with_ac_dc_mix_w

ทั้งหมดนี้คือระบบออฟกริดซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าและพึ่งพาตนเองได้ทั้งหมด

แต่โดยส่วนใหญ่แล้วในระบบโซล่าเซลล์ ไม่ได้มีแผงโซล่าเซลล์เพียงแผงเดียว การต่อแผงโซล่าเซลล์หลายแผงเข้าด้วยกันจะมีทั้งการต่อแบบอนุกรม แบบขนาน หรือผสมกันขึ้นอยู่กับระบบที่เราออกแบบและความเหมาะสมกับการใช้งาน ดังนั้นจึงต้องเรียนรู้การต่อแผงควบคู่กันไปด้วย