Tag Archives: อินเวอร์เตอร์

การอ่านสเปคอินเวอร์เตอร์

สเปคอินเวอร์เตอร์ที่เราต้องการ สามารถหาได้จากคู่มือในกล่อง

เรามาดูกันว่าแต่ละตัวหมายความว่าอย่างไร

เวลาไปซื้อจะได้เลือกให้เหมาะสมกับระบบของเรา

ตัวอย่าง สเปคอินเวอร์เตอร์ยี่ห้อหนึ่ง ตามด้านล่าง

Model FPC-500A
Rated Input Voltage 12V
Output Voltage 220V/230V±5V
Output Waveform Pure sine wave
Rated Power 500W
Peak Power or surge power 1000W
Frequency 50Hz
Harmonic distortion < 3%
No-load Current <0.1A
Conversion efficiency 94%
Input voltage Range 10.5-15V
Under-voltage protection 10.5V ±0.5V
Under-voltage tip 10.0V ±0.5V
Under-voltage recovery 12.5V ±0.5V
Over voltage protection 16.0V ±0.5V
Over voltage recovery 15.0V ±0.5V
Load power factor 0.98
USB output 5V1000mA
Working temperature -20 ~ 60ºC
Function Reverse battery +- protection/with USB output
Protection Overload protection, Input over-voltage protection, Input low-voltage protection, Over-temperature protection
Dimensions 225*94*55mm
Weight 0.84KG

 

Model: ชื่อรุ่น

Rated Input Voltage: แรงดันขาเข้า (เท่ากับแรงดันระบบที่เลือกใช้)

Output Voltage: แรงดันขาออก (เท่ากับแรงดันเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะนำไปใช้ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไฟ 220 โวลท์)

Output Waveform: รูปแบบรูปคลื่น (ในตัวอย่างนี้เป็นแบบ เพียวซายน์เวฟ)

Rated Power: กำลังไฟฟ้าใช้งานของอินเวอร์เตอร์

Peak Power or surge power: กำลังไฟฟ้าสูงสุดที่อินเวอร์เตอร์ทนได้หรือกำลังไฟกระชาก (เพื่อรองรับการใช้งานกับมอเตอร์ที่ช่วงสตาร์ทมีกำลังไฟสูง)

Frequency: ความถี่ใช้งาน (ส่วนใหญ่ 50 Hz)

Harmonic distortion: ค่าความผิดเพี้ยนของรูปคลื่น (ยิ่งน้อยยิ่งดี)

No-load Current: กระแสไฟขณะไม่มีโหลด

Conversion efficiency: ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร๋ (ยิ่งสูงยิ่งดี)

Input voltage Range: ช่วงแรงดันใช้งาน

Under-voltage protection: ค่าแรงดันต่ำสุดที่อินเวอร์เตอร์จะหยุดการทำงาน

Under-voltage tip: ค่าแรงดันที่อินเวอร์เตอร์จะตัดการทำงาน

Under-voltage recovery: ค่าแรงดันที่อินเวอร์เตอร์จะกลับมาทำงานอีกครั้ง

Over voltage protection: ค่าแรงดันสูงสุดที่อินเวอร์เตอร์จะหยุดการทำงาน

Over voltage recovery: ค่าแรงดันที่อินเวอร์เตอร์จะกลับมาทำงานอีกครั้ง

Load power factor: ค่าประกอบกำลังไฟฟ้า (เข้าใกล้ 1 ยิ่งดี)

USB output: แรงดันและกระแสไฟฟ้าที่จ่ายจากช่องยูเอสบี (บางอินเวอร์เตอร์จะมีช่องยูเอสบีด้วย)

Working temperature: อุณหภูมิใช้งาน

Function: ฟังก์ชั่นพิเศษ (ตัวอย่างมีฟังก์ชั่นป้องกันการต่อสลับขั้ว)

Protection: ฟังก์ชั่นการป้องกันในรูปแบบต่างๆ

Dimensions: ขนาดของอินเวอร์เตอร์

Weight: น้ำหนัก

Advertisements

การเลือกซื้ออินเวอร์เตอร์

SSK Tips :

การเลือกอินเวอร์เตอร์เลือกจากโหลดรวมสูงสุดที่ใช้งาน

เช่น โหลดรวมใช้พร้อมกัน 150วัตต์ไม่ควรเลือกอินเวอร์เตอร์เกินจากค่านี้มากเกินไป

เพราะประสิทธิภาพการใช้งานจะดีมากกว่าการเผื่อขนาดอินเวอร์เตอร์มากๆ

inverter_M_w

อินเวอร์เตอร์คืออะไร

SSK Tips :

อินเวอร์เตอร์แปลงไฟกระแสตรงเป็นกระแสสลับ

พูดง่ายๆแปลงไฟที่ผลิตจากแผงโซล่าเป็นไฟบ้าน

การเปลี่ยนรูปพลังงานจะเกิดการสูญเสียเสมอ

ถ้าเลือกอินเวอร์เตอร์ประสิทธิภาพสูงก็จะสูญเสียน้อยลง

inverter_w

ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์(Inverter Efficiency)

ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์(Efficiency)

ตามหลักการทำงานของอินเวอร์เตอร์ คือการแปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับดังนั้นในกระบวนการนี้จะมีการสูญเสียพลังงานเกิดขึ้น ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์จึงไม่ได้เต็มร้อยเปอร์เซนต์ อินเวอร์เตอร์ที่มีคุณภาพ จะต้องมีค่าประสิทธิภาพที่มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ตัวอย่างถ้าอินเวอร์เตอร์มีประสิทธิภาพ 90 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าเราต้องใช้พลังงานไฟฟ้ากระแสตรงที่ฝั่งขาเข้าอินเวอร์เตอร์ 1000 วัตต์ถึงจะได้พลังงานไฟฟ้ากระแสสลับที่ฝั่งขาออก 900 วัตต์ ดังนั้นถ้าอินเตอร์มีค่าประสิทธิภาพสูงเท่าไรก็ยิ่งดี แต่ราคาของอินเวอร์เตอร์ก็จะสูงตามไปด้วย นอกจากนี้ราคาของอินเวอร์เตอร์ค่อนข้างจะสูงเมื่อเทียบกับอุปกรณ์อื่นๆที่อยู่ในระบบ ถ้าไม่จำเป็นมากก็ออกแบบเพียงใช้แค่โหลดไฟฟ้ากระแสตรงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้

ตัวแปรที่จะดูในการเลือกใช้อินเวอร์เตอร์ให้เข้ากับระบบ

1.)   ค่าป้องกันกระแสกระชาก – เนื่องจากโหลดไฟฟ้าตามบ้านนั้นจะมีค่ากระแสที่มากกว่าปกติเวลาที่เริ่มเปิดใช้งาน(เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า ตู้เย็น) ดังนั้นการเลือกอินเวอร์เตอร์จะต้องดูค่าที่ป้องกันกระแสไฟกระชาก(Surge Power) ว่ามีอัตราอยู่ที่เท่าไร ส่วนมากอินเวอร์เตอร์จะออกแบบมาให้ทนกับกระแสที่สูงในช่วงเวลาสั้นๆได้ ตัวอย่างอินเวอร์เตอร์บางตัวสามารถทนกระแสได้มากกว่า 100 เปอร์เซนต์ในหนึ่งวินาทีซึ่งเพียงพอต่อการสตาร์ทมอเตอร์ตัวไม่ใหญ่ได้

2.)   ค่าแรงดันขาเข้า แรงดันขาออกและความถี่ของอินเวอร์เตอร์ – แรงดันขาเข้า(กระแสตรง)ควรเลือกให้สอดคล้องกับแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงที่ส่งจากแผงโซล่าเซลล์(ผ่านเครื่องควบคุมการชาร์จ)และแบตเตอรี่ เช่นระบบออกแบบไว้ที่ 12 โวลท์ก็ต้องเลือก แรงดันไฟฟ้าขาเข้าของอินเวอร์เตอร์ที่ 12 โวลท์เช่นกัน ส่วนเรื่องแรงดันขาออก(กระแสสลับ)ของอินเวอร์เตอร์จะต้องเลือกให้เข้ากับโหลดไฟฟ้ากระแสสลับที่เราจะนำไปต่อด้วย เครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้านในประเทศไทยโดยทั่วไปจะใช้แรงดัน 220 โวลท์(V) และความถี่ 50 เฮิร์ต(Hz)

3.)   ค่าความร้อนที่มีผลต่อประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์ – ทั่วไปแล้วอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับไฟฟ้าจะเกิดความร้อนสูงเมื่อมีการทำงานที่เต็มภาระเป็นเวลานาน อาจจะทำให้อินเวอร์เตอร์หยุดการทำงานได้ ดังนั้นควรหาอินเวอร์เตอร์ที่มีระบบระบายความร้อนที่ดี จะทำให้อินเวอร์เตอร์มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวขึ้น

4.)   ค่าคลื่นแทรกที่เกิดในแรงดันไฟฟ้าเอาท์พุตของอินเวอร์เตอร์(Total Harmonic Distortion – THD) – ค่านี้จะมีผลทำให้โหลดที่มีขดลวดเป็นประกอบในการทำงานเช่นมอเตอร์ไฟฟ้ามีความร้อนสูง เมื่อค่า THD สูง โดยทั่วไปแล้วค่า THD ต้องน้อยกว่า 15-20 เปอร์เซนต์

5.)   ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์(Power Factor) – มีผลกับประสิทธิโดยรวมของอินเวอร์เตอร์ในการจ่ายพลังงานให้กับโหลด ส่วนใหญ่แล้วจะเลือกอินเวอร์เตอร์ที่มีค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ไม่น้อยกว่า 0.7

6.)   ความมีเสถียรภาพและการซ่อมแซม – ควรเลือกอินเวอร์เตอร์ที่มีสเถียรภาพในการจ่ายไฟฟ้าที่ภาระโหลดเต็มสูง คือไม่มีไฟฟ้าสะดุดเวลาใช้งานหรือเสียหายได้ นอกจากนี้ยังต้องไม่ลืมเรื่องภาระการซ่อมแซม เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับอินเวอร์เตอร์ ถึงแม้จะมีประกันแต่ถ้าเราสั่งซื้อของจากต่างประเทศซึ่งไม่มีศูนย์ซ่อมที่ไทยความยุ่งยากและเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะเกิดขึ้นก็มีมากกว่า อินเวอร์เตอร์ที่มีศูนย์ซ่อมที่ใกล้หรืออยู่ในประเทศ อาจจะสอบถามเงื่อนไขการรับประกันและการส่งซ่อมก่อนเลือกซื้ออินเวอร์เตอร์เพื่อเป็นข้อมูลไว้ก่อนก็ได้

 

ตารางแนะนำการเลือกอินเวอร์เตอร์สแตนอโลนให้เหมาะสมกับระบบที่ออกแบบ

แผงโซล่าเซลล์รวม(kWp) โหลดกระแสสลับที่อินเวอร์เตอร์ (kW) โหลดรวม (kWh/day) แรงดันกระแสตรงของระบบที่ออกแบบ (V)
น้อยกว่า 0.4 น้อยกว่า 1.0 น้อยกว่า 1.5 12
0.4-1.0 2.5 หรือน้อยกว่า น้อยกว่า 5.0 24
1.0-2.5 5.0 หรือน้อยกว่า 5.0-12.0 48
มากกว่า 2.5 มากกว่า 5.0 12.0-25.0 120

ความหมายและชนิดของอินเวอร์เตอร์

อินเวอร์เตอร์ (Inverter)

แผงโซล่าเซลล์จะผลิตพลังงานไฟฟ้าออกมาในรูปแบบของไฟกระแสตรง(Direct Current) แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในที่อยู่อาศัยโดยส่วนใหญ่ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กับไฟกระแสสลับเป็นหลัก ดังนั้นการที่จะทำให้ไฟฟ้าที่ผลิตจากแผงโซล่าเซลล์ให้ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยทั่วไปได้ ก็ต้องมีตัวแปลงกระแสไฟฟ้าเสียก่อน อุปกรณ์ตัวนั้นก็คือ อินเวอร์เตอร์ นั่นเอง

inverter_w inverter_M_w

หลักการทำงานของอินเวอร์เตอร์คือจะรับพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงเข้าไปสู่ตัวเครื่องอินเวอร์เตอร์ ไม่ว่าการผลิตจากแผงโซล่าเซลล์แล้วส่งไปที่ควบคุมกระแส หรือไฟฟ้ากระแสตรงจากแบตเตอรี่ก็ตาม หลังจากนั้นจะผ่านวงจรไฟฟ้าภายในตัวอินเวอร์เตอร์ที่ประกอบไปด้วยทรานซิสเตอร์ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการแปลงแรงดันให้สลับกันไปมาระหว่างความต่างศักย์ที่เป็นบวกและลบจนได้เป็นพลังงานไฟฟ้าที่เป็นไฟกระแสสลับโดยมีจำนวนครั้งที่สลับไปมาเท่ากับ 100-120ครั้งต่อวินาที(ความถี่ 50-60 เฮริต์ส) แล้วแต่การออกแบบวงจรภายใน โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตและใช้กันอยู่ในประเทศไทยโดยทั่วไป มีแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับอยู่ที่ 220-230 โวลท์(V) ความถี่ 50 เฮริต์ส(Hz)

รูปแบบของรูปคลื่น

แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับที่แปลงได้จากตัวอินเวอร์เตอร์ จะมีรูปแบบของลูกคลื่นที่ผลิตได้อยู่สองแบบใหญ่ๆด้วยกัน

1.)   รูปคลื่นสแควร์เวฟ(Square Wave)มีลักษณะเป็นทรงเหลี่ยม อีกรูปแบบที่ใกล้เคียงกับรูปคลื่นสแควร์เวฟก็คือโมดิฟายซานย์เวฟ(Modified-Sinewave)ซึ่งจุดที่เปลี่ยนระหว่างคลื่นบวกกับลบจะมีความชันน้อยกว่า ส่วนใหญ่แล้วจะเจอกับอินเวอร์เตอร์ที่มีราคาถูก หาซื้อได้โดยทั่วไป อินเวอร์เตอร์ที่มีแรงดันขาออกเป็นแบบสองลูกคลื่นนี้จะนำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ค่อยมีผลกับรูปแบบของลูกคลื่นมากนักเช่นหลอดไฟ เป็นต้น แต่ถ้านำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีส่วนประกอบของเส้นลวดพัน เช่นมอเตอร์พัดลม จะทำให้เกิดเสียงฮัมและความร้อนจากตัวมอเตอร์ ส่งผลให้มอเตอร์เสียหายได้ เนื่องจากรูปแบบลูกคลื่นไม่สอดกับหลักการทำงานภายในของตัวมาเตอร์นั่นเอง

2.)   รูปคลื่นซายน์เวฟ(Sine Wave) หรือที่เรียกตามทั่วไปคือเพียวซายน์เวฟ(Pure-Sine Wave) อินเวอร์เตอร์ที่ผลิตรูปคลื่นแบบนี้ออกมาจะมีราคาที่สูงกว่า เพราะรูปคลื่นซานย์จะรองรับการนำไปใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทุกชนิดโดยไม่ทำให้เกิดปัญหา และมีรูปร่างของคลื่นที่ผลิตได้เหมือนกับรูปคลื่นไฟฟ้าตามบ้านทุกประการ การนำเอาท์พุตของอินเวอร์เตอร์ซายน์เวฟนี้ไปจ่ายให้กับพัดลม พัดลมจะทำงานปกติไม่เกิดเสียงฮัมแต่อย่างใด

square_modified_sinewave_w

 อินเวอร์เตอร์ตามระบบที่ติดตั้ง

โดยทั่วไปอินเวอร์เตอร์จะแบ่งแยกตามระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ซึ่งมีอยูสองแบบใหญ่ๆด้วยกัน ได้แก่

1.)   อินเวอร์เตอร์ที่ใช้กับระบบสแตนอโลน(Stand-Alone System) หรือระบบอิสระที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับการไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์แบบนี้จะมีหลักการทำงานเบื้องต้นที่กล่าวไปคือ รับพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์ หรือไฟฟ้ากระแสตรงจากแบตเตอรี่(เวลากลางคืนจากพลังงานที่ชาร์จไว้โดยแผงโซล่าเซลล์ในเวลากลางวัน) แล้วแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ จ่ายให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้ากระแสสลับต่อไป

2.)   อินเวอร์เตอร์ที่ใช้กับระบบออนกริต(On-grid System) หรือระบบที่ทำงานสัมพันธ์กับการไฟฟ้า มีชื่อเรียกอินเวอร์เตอร์ชนิดนี้โดยทั่วไปว่า กริตไทน์อินเวอร์เตอร์(Grid-Tied Inverter)ลักษณะการทำงานของอินเวอร์เตอร์ระบบนี้จะเหมือนกับอินเวอร์เตอร์โดยปกติทั่วไปแต่จะต้องมีแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับจากการไฟฟ้าป้อนให้กับอินเวอร์เตอร์อีกทางหนึ่งด้วย ตัวอินเวอร์เตอร์แบบนี้ถึงจะทำงาน ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์จะถูกใช้ไปกับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆภายในบ้าน(สำหรับระบบออนกริตแบบลดภาระค่าไฟฟ้า) หรืออาจจะแปลงไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์ป้อนตรงให้กับสายส่งเพื่อขายไฟให้กับการไฟฟ้าตามโครงการVSPPได้

กริตไทน์อินเวอร์เตอร์ในปัจจุบันจะตัดการทำงานตัวมันเองทันทีที่ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าดับเพื่อป้องกันไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์ผ่านไปยังสายไฟของการไฟฟ้าซึ่งจะเป็นอันตรายต่อช่างไฟฟ้าที่จะมาซ่อมได้