All posts by ssknowledge

ไฟฟ้าพันธ์ุผสม

คุณรู้หรือไม่ว่าไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้เป็นพันธุ์ผสม?

ไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ทุกวันผลิตมาจากโรงไฟฟ้าซึ่งมีแหล่งพลังงานป้อนเข้าโรงไฟฟ้าไม่เหมือนกัน แบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ๆ

ได้แก่

  • โรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงเหลว เป็นต้น
  • โรงไฟฟ้าที่ไม่ใช้เพลิงฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้า เช่น ใช้พลังงานหมุนเวียนจำพวก ลม น้ำ แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ ชีวมวล เป็นต้น

โรงไฟฟ้าสองประเภทนี้ผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับสายส่งไปยังสถานีย่อยต่างๆ เพื่อให้เราได้ใช้งาน ซึ่งโรงไฟฟ้าทั้งสองประเภทนี้มีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป

โรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมีต้นทุนเชื้อเพลิงที่ราคาไม่สูงและสามารถควบคุมการผลิตไฟฟ้าได้ง่าย ส่วนโรงไฟฟ้าแบบที่ไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้าจะมีภาษีดีกว่าในด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้

World electricity production by source2013

รูปข้างบนเป็นสถิติการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งเชื้อเพลิงต่างๆของโลก จะเป็นว่าแนวโน้มที่พุ่งสูงขึ้นไปต่อจะมี ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานหมุนเวียน

ทุกประเทศไม่สามารถเลือกใช้โรงไฟฟ้าอย่างใดอย่างหนึ่งได้เนื่องจากปัญหาความมั่นคง แต่สามารถวางนโยบายปรับเปลี่ยนการเลือกใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้สอดคล้องกับการเติบโต พัฒนาประเทศ และเทคโนโลยีพลังงานที่ก้าวหน้ามากขึ้นได้

ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://www.iea.org

Renewable energy in Thai

In a present day, people all around the world have known that when we used the energy, CO2 also emitted to the world and make the world’s facing the global warming situation by now.

Some people do care and some people don’t but eventually the world is getting warmer.

Especially Thai people are realized it by now. By the mid of December is still so hot. The past five years the season shift a bit strange. Is that from the global warming or occasionally come from typhoon, El nino or something?

For the people like us. The easiest way to reduce the green house gas emission is energy efficiency and the other way is use renewable energy(wind, solar, PV, biomass, biogas, small hydro).

renewable consumption thai

Hopefully a little power from us but many, could be change the world to a better place.

Of course…. not for an alien but our-self.

Resource : Thank you to BP for Statistical review of world energy June 2015

ไข้เลือดออก ยุงลาย ภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกเรามากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับมนุษย์ ส่วนใหญ่ผลจะออกมาทางลบเสียมากกว่า

แต่สำหรับเจ้ายุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกที่คอยคร่าชีวิตมนุษย์อย่างพวกเราแล้วล่ะก็

ภาวะโลกร้อนถือเป็นสวรรค์ของพวกมันเลยทีเดียว

mosquito

เฉพาะในประเทศอินเดียและทวีปอเมริกาใต้มีผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้เลือดออกถึง 500,000 คนต่อปี

และไข้เลือดออกระบาดรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆตลอดหลายปีที่ผ่านมา

กลุ่มนักวิจัยได้ให้ความเห็นตรงกันว่า สาเหตุมาจาก ภาวะโลกร้อน นั่นเอง

ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มมากขึ้น เปลี่ยนวงจรชีวิตของยุงลาย

คาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ลูกน้ำฟักตัวเร็วขึ้นจากเดิม 7 วันกลายเป็น 5 วัน

เท่ากับเพิ่มอัตราการเกิดของยุงลายเร็วขึ้นจากเดิมเกือบ 40 เปอร์เซนต์

นอกจากนี้จากเดิมที่ยุงลายเคยออกหากินเฉพาะในตอนกลางวัน ก็ออกมาหากินในช่วงกลางคืนถึง 5 ทุ่มด้วย

ทำให้การควบคุมโรคไข้เลือดออกนั้น ยากขึ้นกว่าเดิม

ไวรัสเดงกี่ (Dengue Virus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกนั้น เดิมมีอยู่ในเฉพาะยุงลายตัวเมียเท่านั้น

แต่ตอนนี้ตรวจพบว่ามีไวรัสเดงกี่ในยุงลายตัวผู้ด้วย

ปกติแล้วยุงลายที่กินเลือดคนนั้นมีแต่ยุงตัวเมีย ไม่ใช่ยุงตัวผู้

จึงเกิดข้อสงสัยว่าทำไมยุงลายตัวผู้ถึงมีไวรัสนี้ ซึ่งนำไปสู่การวิจัยจนพบว่า

แม่ยุงลายได้ถ่ายทอดไวรัสเดงกี่ให้กับลูกน้ำของตัวเอง

ยุงลายตัวผู้ที่มีไวรัสเดงกี่ ผสมพันธุ์กับตัวเมียจะแพร่ไวรัสผ่านทางน้ำเชื้อไปที่ตัวเมีย

1 วงจรชีวิตของยุงลายตัวผู้สามารถผสมพันธุ์ได้หลายครั้ง ทำให้เชื้อไวรัสนี้แพร่กระจายไปเร็วมากขึ้นกว่าเดิม

จำนวนยุงลายที่เพิ่มขึ้น โรคไข้เลือดออกจึงแพร่ระบาดมากขึ้นตาม

mosquitos

นอกจากเราจะช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายแล้ว

เราควรตระหนักถึง เรื่องภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบทางลบต่อมนุษย์ ด้วย

อาจไม่ใช่เพื่อโลกเพียงอย่างเดียว แต่อาจหมายรวมถึง “คนที่เรารัก” ด้วย

 

ป.ล.1 ขอขอบคุณข้อมูล green the earth ครับ

ป.ล.2 ขอสิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครองให้ ปอ ทฤษฎี หายดีด้วยเถิด

 

ไขข้อสงสัย 8 ข้อเกี่ยวกับ solar rooftop

  • ไขข้อสงสัย 8 ข้อเกี่ยวกับ solar rooftopsolar_rooftop1
    1. การติดตั้งโซล่ารูฟมีแบบไหนบ้าง
      • ขายไฟคืนให้รัฐ(นโยบาย Adder, Feed-in-Tariff)
      • ติดเพื่อผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองในบ้าน(นโยบายโซล่ารูฟเสรี Net-Billing)
      • เก็บไว้ในแบตเตอรี่ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน(Solar Hybrid System)
    2. ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งเท่าไร
      • แล้วแต่ขนาดรวมและชนิดของแผงโซล่าเซลล์ 1 kWp ใช้พื้นที่ประมาณ 7-8 ตรม และน้ำหนักต่อพื้นที่ 1 ตรม ประมาณ 10-12 กิโลกรัม
    3. หลังคาควรจะหันทิศไหน
      • ควรจะหันให้ระนาบที่จะติดตั้งแผงโซล่าอยู่ทางทิศใต้ ความชันประมาณ 13-15 องศา ขึ้นอยู่กับตำแหน่งละติจูดที่ติดตั้ง ตลอดทั้งปีแสงจะตกกระทบตัวแผงและให้กำลังไฟฟ้าที่ผลิตเฉลี่ยออกมาสูง
    4. ใช้เงินลงทุนเท่าไร
      • แล้วแต่ชนิดและคุณภาพของแผงโซล่าเซลล์และกริดไทน์อินเวอร์เตอร์ที่ติดตั้ง ราคาตั้งแต่ 40000-70000 บาทต่อขนาดระบบโซล่า 1 กิโลวัตต์(kWp)
    5. ใช้ระยะเวลาในการคืนทุนกี่ปี
      • ขึ้นอยู่กับ ราคาค่าไฟฟ้าขายต่อหน่วย(ยิ่งสูงยิ่งคืนทุนเร็ว), ราคาระบบโซล่าเซลล์(ยิ่งถูกยิ่งคืนทุนเร็ว), พื้นที่ติดตั้ง(ถ้ารังษีอาทิตย์ต่อวันมีค่าสูง ยิ่งคืนทุนเร็ว), ทิศทางและระนาบที่ติดตั้งแผงบนหลังคา(ติดตั้งถูกกับทิศที่ผลิตไฟฟ้าได้มากยิ่งคืนทุนเร็ว), ฝนฟ้าอากาศในแต่ละปี(คาดเดาลำบาก), การสูญเสียในระบบ(ถ้าการเลือกอุปกรณ์และการติดตั้งดี การสูญเสียในระบบน้อย คืนทุนเร็ว), ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา(บำรุงรักษาดี ค่าใช้จ่ายน้อย คืนทุนเร็ว), ฯลฯ
      • การคำนวณคร่าวๆ => ระยะเวลาคืนทุน(ขายไฟ) = (ค่าระบบโซล่าเซลล์และอุปกรณ์+ค่าบำรุงรักษา+ค่าธรรมเนียม)/[(จำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ตามขนาดการติดตั้งที่ได้จากปัจจัยสัมพันธ์ต่างๆต่อปี เช่นพื้นที่ติดตั้ง ทิศทางและระนาบที่ติดตั้ง การสูญเสียในระบบ ฝนฟ้าอากาศ)*(ราคาขายไฟฟ้าต่อหน่วย ณ ขณะนั้น)]
    6. บ้านทุกหลังติดได้ไหม
      • ขึ้นอยู่กับ ลักษณะ พื้นที่ และการรองรับน้ำหนักที่เพียงพอของหลังคา
    7. ถ้าไม่ขายไฟให้การไฟฟ้า(ผลิตใช้เอง ออนกริด) จะติดได้ไหม ระยะเวลาคืนทุนกี่ปี
      • ได้แต่ มิเตอร์ต้องไม่หมุนกลับทาง และต้องติดต่อสอบถามจากหน่วยงาน กฟน หรือ กฟภ ในพื้นที่ของท่าน
      • การคำนวณคร่าวๆ => ระยะเวลาคืนทุน(ผลิตใช้เอง) = (ค่าระบบโซล่าเซลล์และอุปกรณ์+ค่าบำรุงรักษา+ค่าธรรมเนียม)/[(จำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ตามขนาดการติดตั้งที่ได้จากปัจจัยสัมพันธ์ต่างๆต่อปีเช่นพื้นที่ติดตั้ง ทิศทางและระนาบที่ติดตั้ง การสูญเสียในระบบ ฝนฟ้าอากาศ)*(ราคาค่าไฟฟ้าซื้อต่อหน่วย ณ ขณะนั้น)]
      • ล่าสุดคำนวณปี 2017 ระยะเวลาการผลิตเองใช้เองตามนโยบายโซล่ารูฟเสรี Net-Billing ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 7-10 ปี
    8. ราคาค่าไฟฟ้าซื้อดูที่ไหน
      • ดูที่บิลค่าไฟฟ้าของท่าน => ราคาค่าไฟฟ้าต่อหน่วย (คำนวณคร่าวๆ) = (ค่าไฟฟ้า+ค่าธรรมเนียม)/(จำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้งาน) หมายเหตุ ถ้าต้องการให้เป็นค่าเฉลี่ยให้เอาข้อมูลของทั้งปีมาคำนวณ(ดูรายละเอียดอัตราค่าไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ที่ กฟน กฟภ)

ประหยัดพลังงานเริ่มที่ใคร

หลายท่านคงสังสัย ทำไมเราถึงต้องใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง

เราเห็นหน่วยงานทางด้านพลังงานไม่ว่าจะเป็น กระทรวงพลังงาน สนพ พพ ฯ

รณรงค์ให้ประชาชนใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง

แน่นอนถ้าใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง การสูญเสียจะลดลง ทำให้ลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ ผลประโยชน์ทางตรงคือเราจะจ่ายค่าไฟลดลงในขณะที่ไลฟ์สไตล์เรายังเหมือนเดิม ส่วนผลประโยชน์ทางอ้อมจะสามารถลดการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศลงได้ และยังรวมถึงการลดก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยสู่โลกได้อีกด้วย(สามเด้ง)

เรามาดูตัวอย่างการคิดวงจรชีวิตของอุปกรณ์(LCA-Life Cycle Assessment) ตั้งแต่กระบวนการ จัดหาวัตถุดิบ ขนส่ง ผลิต บรรจุ ใช้งานและทำลาย ของเครื่องต้มกาแฟ กัน

LCA_coffee_maker

จากรูปด้านบนจะบอกว่าอะไรมีความสัมพันธ์กับวงจรชีวิตของเครื่องต้มกาแฟบ้าง ซึ่งขนาดของกล่องหมายถึงปริมาณการใช้พลังงานในขั้นตอนนั้นๆ ถ้าขนาดยิ่งใหญ่หมายความว่ามีการใช้พลังงานมาก

จะเห็นว่าในส่วนของการใช้งาน(Use)นั้น จะต้องใช้พลังงาน(ไฟฟ้า – Electricity)มากที่สุดของวัฏจักรของเครื่องต้มกาแฟเครื่องนี้

ซึ่งลองคิดดูว่าถ้าเราเลือกเครื่องต้มกาแฟ(หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ)ที่มีประสิทธิภาพต่ำ เราจะต้องแบกรับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นมากขนาดไหน ตลอดอายุการใช้งานของเครื่องต้มกาแฟเครื่องนี้

ปัจจุบันเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่าในอดีตค่อนข้างมาก ถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าของท่านเก่าเกินกว่า 15 ปี แนะนำให้เปลี่ยนตัวที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้แทนจะดีกว่าใช้ตัวเก่าที่มีประสิทธิภาพต่ำแล้วดูดเงินท่านในรูปแบบของค่าไฟฟ้าไปทุกวัน เปลี่ยนตัวใหม่อาจจะคืนทุนเพียงแค่ 2-3 ปีเท่านั้น หลังจากนั้น ถ้าไลฟ์สไตล์ของท่านยังคงคล้ายลักษณะเดิม ค่าไฟฟ้าที่ท่านจ่ายในตอนนั้นคือกำไรเมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต

ขอขอบคุณ รูปภาพจาก pre.nl มา ณ ที่นี้ครับ

Save Energy…Start from you

ประสิทธิภาพเซลล์

ประสิทธิภาพของเซลล์ ข้อมูลจาก National Renewable Energy Laboratory ปี2015 ครับ

nrel cell eff 2015

โซล่าเซลล์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมและท้องตลาดทั่วไปจะเป็น Crystallin Si Cells กับ Thin-Film Technologies

ประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่ที่ผู้ผลิตแต่ละรายแตกต่างกันไป

ส่วนที่โซล่าเซลล์ใช้กันในยานอวกาศจะเป็นแบบ Multijunction Galliuim Arsenide cell ครับ

เช่นใช้ในยานอวกาศ Juno, Magenllan, Mars Observer, Hubble space telescope เป็นต้น

Dawns_solar_cells solar-array-international-space-station

ขอขอบคุณรูปภาพจาก NREL และ NASA ครับ

การสูญเสียในระบบโซล่าเซลล์

การสูญเสียในระบบโซล่าเซลล์มีผลทำให้พลังงานไฟฟ้าที่ได้ออกมาน้อยกว่าค่ารังสีอาทิตย์ที่ตกกระทบแผง เช่น

  • อุณภูมิที่เพิ่มขึ้นที่แผงมีผลทำให้พลังงานที่ได้ลดลง
  • ฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อยู่บนแผงทำให้พลังงานลดลง
  • ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์มีผลต่อพลังงานที่ผลิตได้
  • ฯลฯ

ในรูปข้างล่างเป็นตัวอย่างการแสดงค่าการสูญเสียแบบต่างๆในโซล่าเซลล์ระบบออนกริต

PV sankey diagram1

ถ้าลด ป้องกันหรือออกแบบให้ระบบโซล่าเซลล์เกิดการสูญเสียน้อย จะทำให้พลังงานที่ผลิตได้จะมีค่าที่สูงขึ้นตามไปด้วย

มองภาพรวมโซล่าเซลล์อย่างง่าย

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นศึกษาโซล่าเซลล์ คงจะมึนงงกับอุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ในระบบโซล่าเซลล์ไม่มากก็น้อย

จริงๆแล้ว มันไม่ซับซ้อนอย่างที่คิดกันครับ วันนี้ผมจะมาแชร์ความรู้แบ่งการมองระบบโซล่าเซลล์ให้ง่ายขึ้นครับ

ให้เราแบ่งระบบโซล่าเซลล์เป็น 3 ภาคย่อยๆ ได้แก่

1.) บ้่าน หมายถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่เราต้องใช้งานต่อวัน

2.) โซล่าเซลล์ หมายถึงแผงโซล่าเซลล์ทั้งหมดที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าได้ปริมาณไฟฟ้าต่อวัน

3.) แบตเตอรี่ หมายถึงแหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์

solar system

ตัวอย่าง ก.

ถ้าบ้านเราต้องใช้ไฟฟ้าจำนวน 100 หน่วยต่อวัน ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ผลิตได้ 100หน่วยต่อวัน และติดตั้งแบตเตอรี่เก็บไฟฟ้าได้ 100 หน่วยต่อวัน

ใน 1 วันเราจะใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์ 100 หน่วยพอดี และมีไฟฟ้าเหลือในแบตเตอรี่ 100 หน่วย

ถ้าวันวันไหนแสงแดดเกิดอ่อนลงแผงโซล่าเซลล์ผลิตไฟฟ้าได้ 50 หน่วย ก็เท่ากับว่าเราจะใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผง 50 หน่วย และจากแบตเตอรี่ 50 หน่วย เหลือไฟฟ้าในแบตเตอรี่อีก 50 หน่วย

ดังนั้นเมื่อเริ่มวันใหม่ แบตเตอรี่จะมีปริมาณไฟฟ้าเพียงแค่ 50 หน่วยเท่านั้น ถ้าวันนี้เราใช้ไฟฟ้าเพียงแค่ 50 หน่วยและแผงผลิตได้ 100 หน่วย แบตเตอรี่ก็จะกลับมากเก็บไฟฟ้าเต็ม 100 หน่วยได้เหมือนเดิม

จริงๆแล้วมีรายละเอี่ยดเรื่องการสูญเสียอื่่นๆในระบบอีกหลายส่วน แต่ตัวอย่างจะแสดงตัวเลขกลมๆเพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น

จะสังเกตได้ว่าตัวแปรที่ไม่แน่นอนคือแสงแดดที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า ดังนั้นเราจึงต้องเลือกขนาดของแผงโซล่าเซลล์และแบตเตอรี่ให้เหมาะสมตามความจำเป็นในการใช้งาน

โซล่าเซลล์ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมครับ

ก๊าซเรือนกระจก(Green house Gas)

ในอนาคต เราอาจจะต้องซื้อเรือไปเก็บไว้บนคอนโดกันแล้ว!

ก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกมีหลายชนิด แต่ก๊าซที่มนุษย์ปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศที่มีปริมาณและผลกระทบมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น CO2 หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นเอง

CO2 ทำหน้าที่เหมือนกระจกที่มองไม่เห็นที่ยอมให้ความร้อนและแสงอาทิตย์ผ่านเข้ามายังโลก แต่ยอมให้ความร้อนออกไปนอกโลกน้อยมาก พูดง่ายๆยิ่งมีก๊าซนี้เยอะเท่าไร โลกยิ่งร้อนขึ้นเท่านั้น

นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์เอาไว้ว่าปริมาณที่เหมาะสมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกอยู่ที่ประมาณ 350 ppm(part per million) แต่รู้หรือไม่ ตอนนี้เราเลยจุด 350 ppm นั้นมาตั้งแต่ปี 1988 แล้วครับ และปัจจุบัน ค่านี้อยู่ที่ 398.82 ppm(AUG 2015) คุณพระ!

atmospheric-co2-2015

จริงๆแล้วผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกมีมากมายหลายอย่าง(ไว้จะมาเล่าให้ฟังทีหลัง) แต่ที่พวกเราส่วนใหญ่เคยได้ยินอยู่บ่อยๆคือ โลกร้อนขึ้นและทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย

ในรายงานของโลกประมาณการไว้ว่า ถ้าน้ำแข็งทั่วโลกละลายหมด น้ำจะสูงขึ้นมาถึง 65 เมตร จะกลืนกินชายฝั่งและพื้นที่ลุ่มต่างๆทั่วโลก ถ้าเรายังเผาเชื้อเพลิงแล้วทำให้โลกร้อนไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นอย่างรูปข้างล่างซึ่งจำลองเหตุการณ์ที่น้ำแข็งทั่วโลกละลายหมด

ASIA_map_water

แล้วถามว่าเราจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างไร

วิธีที่ง่ายที่สุดคือใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะจะทำให้ใช้ไฟฟ้าน้อยลง โรงไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าน้อยลง เชื้อเพลิงฟอสซิลจะถูกป้อนเข้าเตาเผาที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าน้อยลง และโรงไฟฟ้าก็จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลงไปด้วย

หรืออีกวิธีก็คือใช้พลังงานหมุนเวียน พลังงานสะอาด จับมือกับสิ่งแวดล้อม

ในอนาคต เราอาจจะต้องซื้อเรือไปเก็บไว้บนคอนโดกันแล้ว…หรือใครที่ไม่อยากซื้อเรือเก็บไว้ในคอนโด ก็ให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นที่น้ำไม่ท่วมจะดีกว่าครับ

SSK

ขอส่งความขอบคุณไปถึง Co2now.org และ National Geographic ครับ

ไฟฟ้าผลิตมาจากอะไร

ทั่วโลกพบว่าการผลิตไฟฟ้ามาจากเชื้อเพลิงเผาไหม้(Fossil fuel)+นิวเคลียร์(Nuclear) รวมกัน 77 %

ผลิตมาจากพลังงานหมุนเวียน(Renewable Energy) 22.8% ซึ่งเป็นพลังงานจากน้ำ ลม ชีวภาพ แสงและความร้อนจากรังสีอาทิตย์ และมหาสมุทร ซึ่งเป็นอัตราไม่น้อยเลยที่เดียวเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงเผาไหม้

electricity production report2014

ถ้าโลกเราเพิ่มสัดส่วนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้เยอะขึ้น ก๊าซคาร์บอนที่จะปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศก็จะลดลงไปด้วย เราทุกคนคงจะมีเวลาละเมียดละไมกับไอติมแท่งโปรดกลางแจ้งอย่างสบายใจมากขึ้น

ขอขอบคุณภาพจาก REN21