Category Archives: Energy Inspire

จะผลิตไฟตอนเช้าหรือจะผลิตไฟตอนเย็น

มุมที่โซล่าหันไปทางนั้นๆโดยทำมุมกับทิศใต้เรียกว่ามุม Azimuth

ถ้าหันทางใต้พอดีมุมเท่ากับศูนย์จะทำให้การรับแสงอาทิตย์เฉลี่ยทั้งวันได้สูงที่สุด

ถ้าหันทางทิศตะวันออกเฉียงใต้มุมจะเท่ากับ-45องศา ทำให้ได้แสงอาทิตย์ในตอนเช้ามากกว่าและผลิตไฟได้มากกว่าในตอนเช้า ส่วนตอนเย็นจะผลิตไฟได้น้อยกว่าค่าเฉลี่ย

ดังนั้นไม่จำเป็นที่แผงโซล่าจะหันทางทิศใต้เสมอไป แต่สามารถปรับแต่งได้ตามช่วงเวลาความต้องการใช้ไฟตามแต่ละสถานที่

หรือถ้ามีแบตเตอรี่ในระบบ หันทิศใต้จะดีที่สุด

  
ขอบคุณรูปภาพจาก e-education.psu.edu ครับ

โซล่าเซลล์แบบม้วน

SSK look at the world : ดาราต้องเดินพรมแดง แต่ถ้าจะผลิตไฟฟ้าต้องพรมเขียว
.
นวัตกรรมใหม่แผ่นโซล่าแบบยืดหยุ่นเหมือนพรม ติดตั้งบนรถลาก ถึงที่หมายกลิ้งๆปูลงมาภายใน2 นาที ก็ผลิตไฟได้แล้ว
.
บริษัทผู้ผลิตเคลมว่าสามารถผลิตไฟได้สูงสุดถึง100kWpเลยทีเดียว ซึ่งส่วนใหญ่ไปใช้กับการทหาร และกรณีฉุกเฉินต่างๆ
.
เห็นอย่างนี้อดคิดไม่ได้ว่าน่ามาใช้ที่เมืองไทยบ้างตามหน่วยแพทย์อาสาคงจะดีไม่น้อย
.
ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Renovagen ครับimage image

ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์หันทางทิศใต้

ทำไมประเทศไทยถึงต้องติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ไปทางทิศใต้?

โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์และก็โคจรรอบตัวเองด้วย แต่แกนโลกของเราเอียง 23.5 องศา

ทำให้ดวงอาทิตย์ที่ฉายรังสีอาทิตย์มายังโลก จะมีตำแหน่งที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล วัน เวลาและสถานที่นั้นๆ

ประเทศไทยตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วในรอบ 1ปี เราจะเห็นพระอาทิตย์คล้อยใต้มากกว่าคล้อยเหนือ

ดังนั้นแผงโซล่าเซลล์จึงต้องหันไปทางทิศใต้เพื่อรับรังสีอาทิตย์ให้มากที่สุดเพื่อเปลียนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าให้มากที่สุด

ขอบคุณรูปภาพจาก : universetoday.com

The Resilient Earth

ไฟสีฟ้า

พลังงานที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ไม่มีอะไรที่จะมีความยืดหยุ่นเท่ากับพลังงานไฟฟ้า

ไฟฟ้าสามารถแปลงเป็นความร้อนเช่นฮีทเตอร์ กระติกน้ำร้อน

ไฟฟ้าสามารถแปลงเป็นความเย็นเช่นตู้เย็น แอร์คอนดิชั่น

ไฟฟ้าสามารถแปลงเป็นงานกลเช่นมอเตอร์ ลิฟท์ บันไดเลื่อน

ไฟฟ้าสามารถแปลงเป็นสัญญาณเช่นข้อมูลข่าวสารทั้งทางสายหรืออากาศ

ถ้าเปรียบไปแล้วไฟฟ้ามีลักษณะคล้ายๆเงินตราสากลที่ใช้แลกเปลี่ยนในโลกพลังงานงานเลยทีเดียว

คงจะมีเพียงไม่กี่คนบนโลกที่จะดำรงค์ชีวิตอยู่ได้ในปัจจุบันโดยปราศจากไฟฟ้า เพราะไฟฟ้าเป็นพลังงานหลักที่มนุษย์ทุกคนต้องใช้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ไฟฟ้าคงจะมีบทบาทด้านพลังงานบนโลกใบนี้ไปอีกหลายร้อยปีเลยทีเดียว

ปล ใครจะเชื่อว่าทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ก็มีไฟฟ้าอยู่ในกระเป๋ากันคนละก้อน

 
ขอขอบคุณรูปภาพจาก energybook.info

พลังคนสร้างพลังงาน

เรามาดูว่าประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและพลังงานอย่างเยอรมัน เขามีปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นอย่างไร

germany powered

จากรูปด้านบน บ่งบอกว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมาจากภาคส่วนของบุคคลทั่วไปมีมากถึงหนึ่งในสาม ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ

การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีความยุ่งยากและซับซ้อนกว่าระบบผลิตไฟฟ้าแบบใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ในเรื่อง Reliability ทำให้ระบบต้องมีการจัดการพลังงานที่ดี(Energy Management System, Smart Grid System), มีระบบกักเก็บพลังงานที่ดี(Energy Storage) ถ้าไม่ใช่ประเทศที่มีเทคโนโลยีด้านพลังงานที่สูงอย่างเยอรมัน การที่จะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างนี้ทำได้ค่อนข้างยาก

อย่างไรก็ตาม ข้อดีของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มาจากภาคส่วนบุคคล(individuals) คือ การที่ผลิตตรงไหนใช้ตรงนั้น ทำให้เกิดการสูญเสีย(Losses) ค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ในแง่ของการส่งถ่ายพลังงานไฟฟ้ามายังบ้านเรือนที่พักอาศัย ทำให้โมเดลแบบการผลิตไฟฟ้าของเยอรมันนั้น เราไม่สามารถมองข้ามไปได้

ขอขอบคุณ รูปจาก ILSR มา ณ ที่นี้

ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์

เมื่อวานเราได้พูดถึงโรงไฟฟ้าแบบใช้ฟอสซิลกับไม่ใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงไปแล้ว

คราวนี้ เรามาเจาะลึกลงไปในโรงไฟฟ้าแบบไม่ไช้ฟอสซิลที่ใช้แสงอาทิตย์เป็นพลังงานต้นทางในการผลิตไฟฟ้ากันบ้าง

โรงไฟฟ้าที่ใช้แสงอาทิตย์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันแบ่งเป็นสองภาคใหญ่ๆด้วยกัน ได้แก่

1.)ใช้ความร้อนเป็นพลังงานต้นทางในการผลิตไฟฟ้า(Solar Thermal Power Plant)

โรงไฟฟ้าแบบที่ใช้ความร้อนในการผลิตไฟฟ้านั้นคือจะออกแบบให้ท่อที่อยู่ตรงกลางแผ่นสะท้อนรูปทรงพาราโบริค ได้รับความร้อนรวมศูนย์ที่สะท้อนจากแผ่นอย่างเต็มที่ ลักษณะคล้ายๆกับแว่นขยายที่หาจุดโฟกัสจนเกิดความร้อนจนเผากระดาษได้อย่างไงอย่างงั้น

แกนกลางของท่อจะบรรจุของเหลวเอาไว้ เมื่อของเหลวได้รับความร้อนจนกลายเป็นไอ จะส่งไอไปขับเคลื่อนใบพัดที่ติดอยู่กำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอีกทีหนึ่ง ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าออกมาได้

โรงไฟฟ้าที่ใช้ความร้อนจากแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้า ที่ประเทศไทยมีอยู่แห่งเดียวคือ จังหวัดกาญจนบุรี แต่กำลังการผลิตไฟฟ้าไม่เป็นดั่งที่ได้คาดหมายไว้ เนื่องจากว่า ลักษณะของแสงในภูมิประเทศของไทย เป็นแบบสะท้อนมากกว่าแบบตรงจึงทำให้แสงที่ตกกระทบแผ่นสะท้อนมีค่าความร้อนไม่สูงเท่าที่ควร ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าจึงต่ำตามไปด้วย

ประเทศที่นิยมสร้างโรงไฟฟ้าแบบนี้เป็นจำนวนมากในประเทศสเปน และสหรัฐอเมริกาเพราะมีลักษณะของแสงทางตรงในปริมาณสูง

solar thermal

รูปข้างบน หลักการทำงานของโรงไฟฟ้าความร้อนจากแสงอาทิตย์

2.)ใช้แสงเป็นพลังงานต้นทางในการผลิตไฟฟ้า(Photovoltaic Power Plant)

พระเอกของโรงไฟฟ้าแบบใช้แสงในการผลิตไฟฟ้า ก็คือ แผงโซล่าเซลล์(Solar Panal หรือ Photovoltaic Panel)นั่นเอง ซึ่งทำหน้าที่แปลงพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง พระรองคืออินเวอร์เตอร์ที่แปลงไฟกระแสตรงเป็นกระแสสลับอีกทีหนึ่ง เพื่อให้สามารถส่งเข้าสายส่งไฟฟ้าซึ่งเป็นไฟฟ้ากระแสสลับเช่นกันได้

แผงโซล่าเซลล์ชอบแสงแต่ไม่ชอบความร้อน ถ้าติดตั้งในที่ที่มีอุณหภูมิสูง ระบายอากาศไม่ดี ค่ากำลังไฟฟ้าของแผงจะลดลง(ดูเจาะลึกได้ใน หมวดแผงโซล่าเซลล์)

เนื่องจากระบบผลิตไฟฟ้าที่ใช้แผงโซล่าเซลล์ มีความซับซ้อนที่น้อยกว่าระบบผลิตไฟฟ้าอื่นๆ(ยกเว้นGenerator ปั่นไฟ) จึงทำให้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะสร้างโรงผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่เช่น(Solar Farm) ติดบนหลังคาบ้าน(Solar Rooftop) หรือติดในพื้นที่ที่ห่างไกลระบบแยกอิสระ(Off-grid system) ก็สามารถทำได้

solar Rooftop Off grid party

รูปข้างบน ระบบผลิตไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ โซล่าฟาร์ม โซล่ารูฟท๊อป และออฟกริตโซล่า

 

ไฟฟ้าพันธ์ุผสม

คุณรู้หรือไม่ว่าไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้เป็นพันธุ์ผสม?

ไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ทุกวันผลิตมาจากโรงไฟฟ้าซึ่งมีแหล่งพลังงานป้อนเข้าโรงไฟฟ้าไม่เหมือนกัน แบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ๆ

ได้แก่

  • โรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงเหลว เป็นต้น
  • โรงไฟฟ้าที่ไม่ใช้เพลิงฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้า เช่น ใช้พลังงานหมุนเวียนจำพวก ลม น้ำ แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ ชีวมวล เป็นต้น

โรงไฟฟ้าสองประเภทนี้ผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับสายส่งไปยังสถานีย่อยต่างๆ เพื่อให้เราได้ใช้งาน ซึ่งโรงไฟฟ้าทั้งสองประเภทนี้มีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป

โรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมีต้นทุนเชื้อเพลิงที่ราคาไม่สูงและสามารถควบคุมการผลิตไฟฟ้าได้ง่าย ส่วนโรงไฟฟ้าแบบที่ไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้าจะมีภาษีดีกว่าในด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้

World electricity production by source2013

รูปข้างบนเป็นสถิติการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งเชื้อเพลิงต่างๆของโลก จะเป็นว่าแนวโน้มที่พุ่งสูงขึ้นไปต่อจะมี ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานหมุนเวียน

ทุกประเทศไม่สามารถเลือกใช้โรงไฟฟ้าอย่างใดอย่างหนึ่งได้เนื่องจากปัญหาความมั่นคง แต่สามารถวางนโยบายปรับเปลี่ยนการเลือกใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้สอดคล้องกับการเติบโต พัฒนาประเทศ และเทคโนโลยีพลังงานที่ก้าวหน้ามากขึ้นได้

ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://www.iea.org

Renewable energy in Thai

In a present day, people all around the world have known that when we used the energy, CO2 also emitted to the world and make the world’s facing the global warming situation by now.

Some people do care and some people don’t but eventually the world is getting warmer.

Especially Thai people are realized it by now. By the mid of December is still so hot. The past five years the season shift a bit strange. Is that from the global warming or occasionally come from typhoon, El nino or something?

For the people like us. The easiest way to reduce the green house gas emission is energy efficiency and the other way is use renewable energy(wind, solar, PV, biomass, biogas, small hydro).

renewable consumption thai

Hopefully a little power from us but many, could be change the world to a better place.

Of course…. not for an alien but our-self.

Resource : Thank you to BP for Statistical review of world energy June 2015

ไข้เลือดออก ยุงลาย ภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกเรามากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับมนุษย์ ส่วนใหญ่ผลจะออกมาทางลบเสียมากกว่า

แต่สำหรับเจ้ายุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกที่คอยคร่าชีวิตมนุษย์อย่างพวกเราแล้วล่ะก็

ภาวะโลกร้อนถือเป็นสวรรค์ของพวกมันเลยทีเดียว

mosquito

เฉพาะในประเทศอินเดียและทวีปอเมริกาใต้มีผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้เลือดออกถึง 500,000 คนต่อปี

และไข้เลือดออกระบาดรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆตลอดหลายปีที่ผ่านมา

กลุ่มนักวิจัยได้ให้ความเห็นตรงกันว่า สาเหตุมาจาก ภาวะโลกร้อน นั่นเอง

ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มมากขึ้น เปลี่ยนวงจรชีวิตของยุงลาย

คาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ลูกน้ำฟักตัวเร็วขึ้นจากเดิม 7 วันกลายเป็น 5 วัน

เท่ากับเพิ่มอัตราการเกิดของยุงลายเร็วขึ้นจากเดิมเกือบ 40 เปอร์เซนต์

นอกจากนี้จากเดิมที่ยุงลายเคยออกหากินเฉพาะในตอนกลางวัน ก็ออกมาหากินในช่วงกลางคืนถึง 5 ทุ่มด้วย

ทำให้การควบคุมโรคไข้เลือดออกนั้น ยากขึ้นกว่าเดิม

ไวรัสเดงกี่ (Dengue Virus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกนั้น เดิมมีอยู่ในเฉพาะยุงลายตัวเมียเท่านั้น

แต่ตอนนี้ตรวจพบว่ามีไวรัสเดงกี่ในยุงลายตัวผู้ด้วย

ปกติแล้วยุงลายที่กินเลือดคนนั้นมีแต่ยุงตัวเมีย ไม่ใช่ยุงตัวผู้

จึงเกิดข้อสงสัยว่าทำไมยุงลายตัวผู้ถึงมีไวรัสนี้ ซึ่งนำไปสู่การวิจัยจนพบว่า

แม่ยุงลายได้ถ่ายทอดไวรัสเดงกี่ให้กับลูกน้ำของตัวเอง

ยุงลายตัวผู้ที่มีไวรัสเดงกี่ ผสมพันธุ์กับตัวเมียจะแพร่ไวรัสผ่านทางน้ำเชื้อไปที่ตัวเมีย

1 วงจรชีวิตของยุงลายตัวผู้สามารถผสมพันธุ์ได้หลายครั้ง ทำให้เชื้อไวรัสนี้แพร่กระจายไปเร็วมากขึ้นกว่าเดิม

จำนวนยุงลายที่เพิ่มขึ้น โรคไข้เลือดออกจึงแพร่ระบาดมากขึ้นตาม

mosquitos

นอกจากเราจะช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายแล้ว

เราควรตระหนักถึง เรื่องภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบทางลบต่อมนุษย์ ด้วย

อาจไม่ใช่เพื่อโลกเพียงอย่างเดียว แต่อาจหมายรวมถึง “คนที่เรารัก” ด้วย

 

ป.ล.1 ขอขอบคุณข้อมูล green the earth ครับ

ป.ล.2 ขอสิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครองให้ ปอ ทฤษฎี หายดีด้วยเถิด

 

ประหยัดพลังงานเริ่มที่ใคร

หลายท่านคงสังสัย ทำไมเราถึงต้องใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง

เราเห็นหน่วยงานทางด้านพลังงานไม่ว่าจะเป็น กระทรวงพลังงาน สนพ พพ ฯ

รณรงค์ให้ประชาชนใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง

แน่นอนถ้าใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง การสูญเสียจะลดลง ทำให้ลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ ผลประโยชน์ทางตรงคือเราจะจ่ายค่าไฟลดลงในขณะที่ไลฟ์สไตล์เรายังเหมือนเดิม ส่วนผลประโยชน์ทางอ้อมจะสามารถลดการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศลงได้ และยังรวมถึงการลดก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยสู่โลกได้อีกด้วย(สามเด้ง)

เรามาดูตัวอย่างการคิดวงจรชีวิตของอุปกรณ์(LCA-Life Cycle Assessment) ตั้งแต่กระบวนการ จัดหาวัตถุดิบ ขนส่ง ผลิต บรรจุ ใช้งานและทำลาย ของเครื่องต้มกาแฟ กัน

LCA_coffee_maker

จากรูปด้านบนจะบอกว่าอะไรมีความสัมพันธ์กับวงจรชีวิตของเครื่องต้มกาแฟบ้าง ซึ่งขนาดของกล่องหมายถึงปริมาณการใช้พลังงานในขั้นตอนนั้นๆ ถ้าขนาดยิ่งใหญ่หมายความว่ามีการใช้พลังงานมาก

จะเห็นว่าในส่วนของการใช้งาน(Use)นั้น จะต้องใช้พลังงาน(ไฟฟ้า – Electricity)มากที่สุดของวัฏจักรของเครื่องต้มกาแฟเครื่องนี้

ซึ่งลองคิดดูว่าถ้าเราเลือกเครื่องต้มกาแฟ(หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ)ที่มีประสิทธิภาพต่ำ เราจะต้องแบกรับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นมากขนาดไหน ตลอดอายุการใช้งานของเครื่องต้มกาแฟเครื่องนี้

ปัจจุบันเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่าในอดีตค่อนข้างมาก ถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าของท่านเก่าเกินกว่า 15 ปี แนะนำให้เปลี่ยนตัวที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้แทนจะดีกว่าใช้ตัวเก่าที่มีประสิทธิภาพต่ำแล้วดูดเงินท่านในรูปแบบของค่าไฟฟ้าไปทุกวัน เปลี่ยนตัวใหม่อาจจะคืนทุนเพียงแค่ 2-3 ปีเท่านั้น หลังจากนั้น ถ้าไลฟ์สไตล์ของท่านยังคงคล้ายลักษณะเดิม ค่าไฟฟ้าที่ท่านจ่ายในตอนนั้นคือกำไรเมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต

ขอขอบคุณ รูปภาพจาก pre.nl มา ณ ที่นี้ครับ

Save Energy…Start from you